5 โมเมนต์สุดประทับใจ “โซลชา” กับแมนยู

กลับมาสู่อ้อมอก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกรอบสำหรับ โอเล่ กุนทุ่งนาร์ โซลชา สมัยก่อนดาวยิงคนมีชื่อเสียงของสมาพันธ์ ซึ่งการคัมแบ็กครั้งนี้มาในฐานะที่ปรึกษาที่จะจำต้องช่วยกู้วิกฤติของชมรมด้วย ภายหลังที่กลุ่มส่งผลงานน่าผิดหวังในช่วงฤดูกาลนี้ด้วยความสามารถของ โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงแม้ไม่ใช่ผู้จัดการทีมฟุตบอลระดับบิ๊กเนม แม้กระนั้นเชื่ออย่างยิ่งว่า โซลชา เป็นผู้ที่ใช่ที่สุด ณ ขณะนี้สำหรับในการเข้ามานำกองทัพ “ภูติผีแดง” แบบชั่วครั้งคราวจนตราบเท่าจบฤดู ด้วยเหตุว่าเขาเป็นผู้ที่รู้จักชมรมที่นี้อย่างดีเยี่ยมแถมเป็นสุดที่รักของแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วก็นี่เป็น 5 โมเมนต์สุดติดอกติดใจของ โซลชา ยุคเป็นนักฟุตบอล“อสุรกายแดง” – จุดเริ่มแรกของ “ซูเปอร์–ซึมซับ” 5 โมเมนต์สุดจับใจ “โซลชา” กับแมนยู เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อ โซลชา มาจาก โมลด์ ด้วยค่าจ้างเพียงแค่ 1.5 ล้านปอนด์ (ราวๆ 64.5 ล้านบาท) เมื่อตอนกรกฎาคม ปี 1996 รวมทั้งดาวยิงหน้าเด็กอ่อนชาวประเทศนอร์เวย์ก็สร้างความตรึงใจให้กับแฟนบอล ยูไนเต็ด ได้อย่างเร็ว โดยเกมกับ กางล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่รัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ช่วงวันที่ 25ส.ค. ตอนที่กลุ่มมีสกอร์ตามหลังคู่แข่งขัน 1-2 โซลชา ถูกส่งลงในสนามในฐานะผู้เล่นสำรอง รวมทั้งนับว่าเป็นเกมเปิดซิงของเจ้าตัวด้วย ซึ่งเขาก็ใช้เวลาอยู่ในสนามเพียงแค่ 6 นาทีแค่นั้น ก่อนกระแทกประตูตีเสมอ 2-2 ให้กับกลุ่ม โดยเป็นการตามซ้ำลูกยิงของตนเองที่จังหวะแรกกดไปติดเซฟ ทิม ฟลาวเวอร์ส นายทวาร “ดอกกุหลาบไฟ” – ยิงดับฝัน หงส์แดง 5 โมเมนต์สุดต้องใจ “โซลชา” กับแมนยู “ทริปเปิ้ลแชมป์” ในช่วงฤดูกาล 1998-99 บางทีอาจไม่เกิดขึ้น ถ้าเกิดว่าไม่มีดาวยิงที่ชื่อ โซลชา โดยเกม เอฟเอ คัพรอบสี่ “ปีศาจร้ายแดง” จำเป็นต้องโคจรมาชนกับคู่แข่งนิรันดรอย่าง หงส์แดง และเป็น “ลิเวอร์พูล” ที่ขึ้นนำก่อนจากไมเคิ่ล โอเว่น ก่อนที่จะ “เฟอร์กี้” จะตกลงใจส่ง โซลชา ลงไปในสนามในตอน 10 นาทีท้ายที่สุด แล้วก็เป็น ดไวท์ยอร์ค ที่ทำประตูตีเสมอ 1-1 ให้กับกลุ่มได้นาทีที่ 88 แล้วหลังจากนั้นช่วงต่อเวลาพิเศษเจ็บ โซลชา ก็มากมายดประตูชัยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับเขี่ย หงส์แดง ไม่เข้ารอบ เอฟเอ คัพ อย่างสาแก่ใจ  928bet – อย่างชั่วร้าย! กด 4 ตุง ข้างใน 12 นาที 5 โมเมนต์สุดติดใจ “โซลชา” กับแมนยู แน่ๆว่า เกม พรีเมียร์ลีก นัดหมายที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปกระซวกชั่วร้าย น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 8-1 เมื่อตอนกุมภาพันธ์ ปี 1999 นับว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่ความจำของ โซลชา โดยเจ้าตัวถูกส่งลงในสนามในนาทีที่ 72 (แทน ยอร์ค)ซึ่งตอนนั้นกลุ่มมีสกอร์นำห่างถึง 4-1 แต่ว่าเขาก็ใช้เวลาที่อยู่ในสนามได้อย่างคุ้มด้วยการบวกประตูให้กลุ่มเพิ่มถึง 4ตุงในนาทีที่ 80, 88, 90 รวมทั้ง 90+2 กระทั่งแปลงเป็นอีกหนึ่งเกมในตำนาน พรีเมียร์ลีก  – เหมา 4 (ภาค 2) 5 โมเมนต์สุดจับใจ “โซลชา” กับแมนยู โซลชา มิได้มีทีเด็ดเพียงแค่การลงเล่นเป็นตัวสำรองเพียงแค่นั้น อย่างในเกมนี้ที่เขาได้สตาร์ตเป็นตัวจริงในศึกพรีเมียร์ลีก นัดหมายที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไล่ยำ เอฟเวอร์ตัน 5-1 ช่วงวันที่ 4 ธ.ค. ปี 1999โดย “ลูกกวาดสีน้ำเงิน” เป็นข้างขึ้นนำก่อนจากการยิงจ่อๆของ ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส แม้กระนั้น เดนิส เออร์วิน ก็มายิงจุดลูกโทษให้ “ภูติผีแดง” ตีเสมอ 1-1 แล้วหลังจากนั้นก็ถึงเวลาโชว์ของ โซลชา ที่เหมาทำผู้เดียว 4 ประตูรวดซึ่งทำเป็นครบเลยอีกทั้งยิงด้วยเท้าขวา,ซ้าย และก็โหม่ง  – เกมน่าพิศวงที่ คัมป์ นู  5 โมเมนต์สุดติดใจ “โซลชา” กับแมนยู ไม่มีสถานะการณ์ไหนที่้ติดตาต้องใจไปกว่าเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงแชมป์ ที่สนาม คัมป์ นู เมื่อฤดู 1998-99 อีกแล้ว โดย บาเยิร์น มิวนิค ออกนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 6 จากการยิงฟรีคิกของ มาริโอ บาสเลอร์ และก็ตำแหน่งแชมป์ยุโรปดูเหมือนกับว่ากำลังจะเป็นของ “เสือใต้” อยู่แล้ว แต่ว่านาทีที่ 90+1 เท็ดดี้…

Read More

เพชฌฆาตหน้าเปื้อนยิ้ม! คล็อปป์ สุดแสบมีส่วนทำ มูรินโญ่ โดนไล่ออก 3 ครั้ง

คนไหนจะไปรู้สึกว่า พบร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเยอรมัน จะเป็นบุคคลที่มีส่วนในโชคชะตาการกุมบังเหียนของ โชเซ่ มูรินโญ่ เนื่องจาก 3 ครั้งที่ชีวิตงานการของ “เฮียมู” จะต้องล่องจุ๊นได้ผลพ่วงมาจากการโดนคล็อปป์ ที่คุมกองทัพแต่ละชมรมไล่อัดกลุ่มของเขากระทั่งหมดสภาพ isc888 ทั้งคู่คนได้รับการชื่นชมชื่นชมว่าเป็นกุนซือชั้นยอดเยี่ยมในแวดวงลูกหนังโลก แม้กระนั้น คล็อปป์ นับว่าเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลที่มีสไตล์การควบคุมกลุ่มต่างจาก มูรินโญ่ อย่างสิ้นเชิง และก็ด้วยสไตล์ของเขาชอบก่อเรื่องให้กับนายใหญ่ชาวโปรเหม็นตุกีสอย่างมาก ปัจจุบันการที่พวกเขาได้โอกาสได้มาปะทะกึ๋นในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และก็ คล็อปป์ จัดแจงแออัดยัดเยียดความแพ้พ่ายให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมสถิติที่เหนือกว่าตลอดทั้งเกม โดยโน่นเป็นจุดแตกหักที่ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจสั่งกระเด้ง “เฮียมู” ออกมาจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบสายฟ้าเฉือนบ อย่างไรก็แล้วแต่ นี่ไม่ใช่หนแรกที่ผลของการปะทะมันสมองของ คล็อปป์ จะมีผลให้ มูรินโญ่ จำเป็นต้องตกงาน  1. ดอร์ทมุนด์ กระหน่ำ เรอัล มาดริด 4-1 เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แมตช์ดังกล่าวข้างต้น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการตะบันผู้เดียว 4 ประตูช่วยทำให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งมี คล็อปป์ ยืนคุมกลุ่มหน้าสกปรกยิ้มอยู่ขอบขอบสนาม ไล่ยำใหญ่ “พระราชาชุดขาว” ภายใต้การกุมบังเหียนของ มูรินโญ่ ที่สนามเวสต์ฟาเล่น สเตเดี้ยน หรือ สิกข์นัล อิดูน่า พาร์ค ในชื่อปัจจุบันนี้ เกมรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรก ปี 2013 แน่ๆว่าความพ่ายดังที่กล่าวผ่านมาแล้วสร้างความรู้สึกว่าไม่พอใจให้กับ ฟลอเรนว่ากล่าวโน่ เปเรซ ประธานสมาคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่ากลุ่มจำเป็นต้องเสียท่าสำหรับการลุ้นครอบครองแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึงแม้ในเกมนัดหมาย 2กลุ่มจะเอาชนะ “เสือเหลือง” ได้ 2-0 แม้กระนั้นสกอร์รวม 2 แมตช์ ดอร์ทมุนด์ ชนะ 4-3 ความไม่สมหวังที่มิได้เข้าชิงถ้วยใบโตยุโรปยังคาใจกระดานบริหารรวมทั้งแฟนบอล “กษัตริย์ชุดขาว” รวมทั้งฟางเส้นท้ายที่สุดจำต้องขาดสะบั้นเมื่อ มูรินโญ่ นำกลุ่มแพ้ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด ในเกมนัดหมายชิงโกขว้าง เดลเรย์ โน่นทำให้กระดานบริหารตกลงใจอัปเปหิเขาออกมาจากถิ่นซานติเตียนอาโก้ เบร์ท้องนาเบว ไปโดยปริยาย 2. หงส์แดง ชนะ เชลซี 3-1 เกมพรีเมียร์ลีก ต่อไปเสมือนชะตาชีวิตฟ้าลิขิตให้ คล็อปป์ ได้โอกาสได้ย้ายมาดำเนินงานจับบังเหียน หงส์แดง รวมทั้งได้โอกาสได้วัดกึ๋นกับ มูรินโญ่ ที่ลมพัดหวนมาคุม เชลซี เป็นคำรบสอง คราวนี้เขาก็ทำให้ “เฮียมู” จำต้องเจอกับวิกฤติชีวิตสำหรับเพื่อการจับบังเหียนอีกรอบ ในต.ค. 2015 “ลิเวอร์พูล” ภายใต้การจัดการงานดีมีคุณภาพของนายใหญ่เลือดด๊อยท์ช โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมไล่อัด“สิงโตสีน้ำเงินคราม” ซึ่งกำลังฟอร์มตกเต็มที่ภายหลังที่ครองแชมป์ลีกเมื่อฤดูก่อน ด้วยสกอร์ 3-1 ทำให้ เชลซีร่วงไปอยู่ชั้น 15 พร้อมด้วยมีเพียงแค่ 11 คะแนนจาการเล่น 11 เกมลีก ต่อจากนั้น ที่ปรึกษาเลือดฝอยทองคำ ก็โดนไล่ออกในอีกไม่กี่อาทิตย์ เมื่อเขานำกลุ่มแพ้ เอเอฟซี บอร์นมัธ แล้วก็“หมาจิ้งจอก” เลสเตอร์ สิตี้ ซึ่งนับว่าเป็นฟางเส้นท้ายที่สุดสำหรับ โรมัน อบราโมวิช ผู้ครอบครองสมาคมอภิมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ที่จะทนได้อีกต่อไป 3. หงส์แดง ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 เกมพรีเมียร์ลีก สำหรับเกมปัจจุบันที่ คล็อปป์ ได้ปะทะความสามารถกับ มูรินโญ่ เกิดขึ้นในแมตช์มหาบิ๊กเกม “แดงเดือด” โดย หงส์แดง โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมเมื่อไล่ยำใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-1 แม้กระนั้นที่ทรุดโทรมกว่านั้นก็เป็นสถิติที่เกิดขึ้นในแมตช์นี้ โดย “ลิเวอร์พูล” ได้โอกาสยิงในเกมนี้ถึง 36 ครั้งยิงตรงกรอบ 11 ครั้ง ในตอนที่ “ผีแดง” ได้ยิงเพียง 6 ครั้งแค่นั้น แถมยิงตรงกรอบ 2 ครั้ง ยิ่งไปกว่านี้ผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ทุกคน (ที่เกี่ยวกับผู้เฝ้าประตู) ต่างได้โอกาสทดลองส่องประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ครบทุกคนในเวลาที่ “อสุรกายแดง” เกือบจะไม่มีจังหวะบุกขึ้นมาสร้างอันตรายให้กับศัตรูตลอดไปได้มากนัก แล้วก็จะต้องปราชัยไปแบบเยินอีกทั้งสกอร์และก็รูปเกม นอกเหนือจากนั้นการแพ้ในแมตช์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ หงส์แดง ทิ้งห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 19 คะแนนซึ่งนับว่าเป็นช่องว่างที่ “ลิเวอร์พูล” ทิ้งห่างคู่อาฆาตตัวฉกาจเยอะที่สุด สำหรับเพื่อการเล่นเกมลีกสูงสุดตอน 17 ครั้งแรก รวมทั้ง “ผีแดง” ยังมีคะแนนตามหลัง เชลซี กลุ่มชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นในที่สุดโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 11 แต้ม ยังไม่หมดเท่านั้นการที่ “เร้ด เดวิลส์” เก็บได้เพียงแค่ 26 แต้มภายหลังเล่นไป 17 นัดหมาย ซึ่งนับได้ว่าเป็นผลงานที่ไม่ดีที่สุดของพวกเขาในตอน 17 ครั้งแรก ตั้งแต่แมื่อฤดูกาล 1990-91…

Read More